What is T-POP?

 T-POP คืออะไร?

ยังคงมีการถกเถียงกันอยู่ว่านิยามของ T-Pop คืออะไรกันแน่ เช่นในรายการ T-Pop Stage แสดงให้เห็นว่า T-Pop ไม่ได้มีแค่บอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ป ไอดอล แต่มีวงอินดี้ป๊อปและแนวเพลงอื่นๆ อยู่ด้วย 

 

T-Pop จึงอาจหมายถึงเพลง ‘ป๊อป’ ในไทยที่ไม่ได้ระบุประเภทชัด แต่อยู่ในมาตรฐานโลกได้ หรือหมายถึงเพลงป๊อปไทยที่มีความหลากหลายมากขึ้นจนทำให้คนในและนอกประเทศหันมาให้ความสนใจกับเพลงไทยกันมากขึ้น 


พัฒนาการของวงการเพลงไทย

T-POP คือเพลงที่มาจากประเทศไทย ซึ่งตัว T นั้นมาจาก Thailand ส่วน POP นั้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า Poppular ที่แปลว่าความนิยม หรือ แนวเพลงป็อปกันแน่ เพราะ T-POP นั้นมีทั้งร็อก แร็ปเปอร์ ผสมผสานอยู่ในเพลง กระแส T-POP ปรากฏมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 อย่างเช่น วง The Impossible และ Grand Ex ถือเป็นศิลปินที่ทำให้สังคมไทยรู้จักแนวเพลงป็อป ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแนวเพลงตะวันตก แต่แนวเพลง T-POP นั้นเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงปี พ.ศ.2530 ศิลปินที่เติบโตในช่วงนั้น เช่น ติ๊ก ชิโร่ วง สาว สาว สาว และค่ายเพลงที่โด่งดังอย่างอย่าง Kamikaze ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่เพลงต่างประเทศฝั่งตะวันออกเช่น K-pop (เกาหลี) J-pop (ญี่ปุ่น) ยังไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลในไทยมากนัก ทำให้ T-POP เป็นที่นิยมและยอดฮิตมาก เรียกได้ว่าในช่วงยุคนั้นถือเป็นยุคทองของ T-POP เลยก็ได้

จุดเปลี่ยนของวงการ T-POP

 การขายเพลงในสมัยนั้น แข่งขันกันด้วยอดขาย หากเพลงใด ผลงานใคร สามารถขายได้เยอะแสดงว่าความนิยมในเพลงนั้นสูง และมักจะเกิดการก็อปปี้เพลงเถื่อนขึ้น ส่งผลให้ผลงานของศิลปินไม่ได้รายได้เท่ากับความนิยมของเพลง ทำให้ศิลปินเริ่มถอยลงจากวงการเพลง เพราะลงทุนไปกับทำเพลงแต่ผลที่ตามมานั้นโอกาสขาดทุนสูง และพื้นที่แสดงความสามารถหรือแสดงผลงาน อย่างเช่น 7 สีคอนเสิร์ต รายการเพลงต่าง ๆ เปิดโอกาสให้แสดงผลงานอย่างจำกัด เมื่อเทียบกับจำนวนศิลปินแล้วถือว่าน้อยมาก ปี พ.ศ. 2553 เป็นช่วงสิ้นสุดของยุคของเทปและซีดี และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคดิจิตอลและสตรีมมิ่ง ทำให้เกิดศิลปินและค่ายเพลงอิสระเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ค่ายเพลงต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวเพลงเพื่อเข้ากับยุคสมัย คือการทำตลาดเพลงออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้ฟังได้มากขึ้น และรายการเพลงต่างๆในโทรทัศน์จะสิ้นสุดลง เพราะรายการต่าง ๆ สามารถเผยแพร่บนโลกออนไลน์ได้ และสามารถฟังเพลง และรับชมเอ็มวีบนผ่านสมาร์ทโฟนได้แล้ว ประกอบกับช่วงเวลานั้น เพลงต่างชาติอย่าง K-pop   J-pop เริ่มเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นเพราะฉะนั้นการเติบโตของ T-POP ต้องหยุดชะงักลง




T-POP กลับมาคัมแบ็คอีกครั้ง

พ.ศ.2553 T-POP กลับมาในวงการเพลงไทยอีกครั้งแต่ไม่ได้บูมเท่าช่วงยุค 90 แต่เพลงที่แต่งขึ้นมาในช่วงระยะเวลานั้น และ มีคนในสังคมไทยที่ยังให้ความสนใจกับเพลงไทยจนได้รับกระแสในสังคมอยู่บ้าง เช่น วง ทรี.ทู.วัน ตั้งวงเมื่อปี พ.ศ. 2553 ได้ออกเพลง แค่ที่รัก ซึ่งเพลงนี้เป็นกระแสโด่งดังในยุคนั้น หรือเพลง Too Much So Much Very Much ของ ธงไชย แมคอินไตย์ ปี พ.ศ.2554 ได้รับความนิยมจนมีคนเต้นโฟเวอร์ เพราะท่าเต้นเรียบง่าย สามารถฟังและเต้นตามได้อย่างสนุกสนาน ไม่เพียงเท่านั้น เพลงดังกล่าวได้มีการแปลเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นของวง Berryz ?? ซึ่งมีท่าเต้นและท่อนฮุคที่เหมือนกับฝั่งของไทย และยังมีเพลง ณ บัด นาว ของบี้ เดอะสตาร์ ปีพ.ศ.2555 เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามกระแสนิยมอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะเมื่อความนิยมลดลง กระแสนิยมของแนวเพลงนั้น ๆ จะลดน้อยลงตามไปด้วย แต่เมื่อมีปรากฏการณ์“คุกกี้ฟีเวอร์” ปีพ.ศ.2560 ของวง BNK48 เป็นวงน้องสาวจาก AKB48 คุกกี้ฟีเวอร์นั้นมาจากซิงเกิลที่ 2 Koisuru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) ที่มีเนื้อเพลงที่ร้องง่าย ท่าเต้นที่เต้นง่าย ทำให้คนทั่วไปสามารถเต้นตามได้ บวกกับเพลงที่มีความน่ารักอยู่ในเนื้อเพลงทำให้คนมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงหลายคนออกมาร้องโคฟเวอร์เพลงนี้ จนเพลงคุกกี้เสี่ยงทายโด่งดังไปทั่วประเทศไทย ซึ่งนั่นทำให้คนในสังคมไทยเริ่มสนใจความเป็น T-POP มากขึ้น ค่ายเพลงหลายค่ายเริ่มจึงเริ่มปั้นศิลปินในรูปแบบไอดอลเช่น 4EVE PiXXiE และอีกมากมายที่เกิดขึ้นหลังคุกกี้ฟีวเวอร์ ทำให้      T-POP กลับมาเป็นกระแสนิยมอีกครั้ง และโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นทำให้อัปเดตข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ง่ายต่อการเผยแพร่ผลงานเพลงต่าง ๆ ลงบนโซเชียลได้อย่างถูกกฎหมาย


จุดแข็งและโอกาสสู่สากล

จุดแข็งคือ Local Music ที่ประเทศไทยมีฐานคนฟังที่มีพลังมาตลอด หรือตลาดอินดี้ป๊อปก็มีที่ทางของตัวเองพอสมควร ตรงนี้ป๋าเต็ดมองว่า ถ้าหากทำให้ศิลปินในภูมิภาคของเราเองมีชื่อเสียง ต่อไปในงานมหกรรมต่างๆ อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาศิลปินจากฝั่งตะวันตกเลยก็ได้ 

 

ในขณะเดียวกัน การทำไอดอลมีความยากที่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาลมากกว่านี้ ทั้งมีกำแพงที่ต้องทำให้เทียบเท่ามาตรฐานของไอดอลที่มีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งอาจทำได้ไม่บ่อยนักเพราะต้องใช้งบจำนวนมาก

 

แต่โลกที่เชื่อมกันด้วยอินเทอร์เน็ตก็เป็นโอกาสที่เปิดพื้นที่ให้แข่งขันกันได้ง่ายขึ้น ประกอบกับอุตสาหกรรมดนตรีในช่วงนี้กำลังคึกคัก เป็นจังหวะเวลาที่ถ้าหากออกแรงพร้อมกันดีๆ ก็อาจจะจุดติดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงประเภทใดก็ตาม



ก้าวต่อไปของ T-Pop และอุตสาหกรรมเพลงไทย

ชลากรณ์ ตัวแทนจากฝั่งเอกชนได้มีการวางแผนเปิดตัว T-Pop App เป็นประตูกลางที่เชื่อมต่อผู้คนกับศิลปิน T-Pop ได้ง่ายขึ้น มี Crowdfunding ที่ต้องการสนับสนุนศิลปินไทยหรือค่ายเล็กๆ 

 

สอดคล้องกับทาง CEA ก็วางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมดนตรีด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า จะต้องทำให้ทุกคนเข้มแข็งและพาไปสู่สากลพร้อมๆ กัน รวมทั้งให้ความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา Database สร้างพื้นที่ให้แสดงผลงาน เพราะปัจจุบันยังมีข้อจำกัดทั้งเรื่องสถานที่และกฎระเบียบต่างๆ ที่ทำให้ศิลปินไม่ได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

 

ซึ่งในจุดนี้ทุกคนเห็นปัญหาในทิศทางเดียวกันว่า ทางฝั่งศิลปิน ภาคการศึกษาและภาคเอกชนพร้อมพัฒนาวงการดนตรีไทยให้มีคุณภาพอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่หลายๆ อย่างก็ยังต้องการแรงสนับสนุนจากภาครัฐที่ต้องให้ความสำคัญกับดนตรีว่ามีคุณค่าและสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกัน 

 

CEA จึงเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะเข้ามาช่วยเป็นแกนหลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ให้เติบโตไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น

ความคิดเห็น